แฟนแมนยูยิ้ม กลุ่มลุ้นท็อปโฟร์-หนีตกชั้นใครเจองานยากที่สุด

แฟนแมนยูยิ้ม กลุ่มลุ้นท็อปโฟร์-หนีตกชั้นใครเจองานยากที่สุด

แฟนแมนยูยิ้ม กลุ่มลุ้นท็อปโฟร์-หนีตกชั้นใครเจองานยากที่สุด

แฟนแมนยูยิ้ม กลุ่มลุ้นท็อปโฟร์-หนีตกชั้นใครเจองานยากที่สุด

พรีเมียร์ลีก เตรียมกลับมาลงแข่งขันกันในวันที่ 17 มิถุนายน นี้ แม้ยังไม่มีการคอนเฟิร์มตารางการแข่งขัน แต่สิ่งที่เรารู้แน่นอนคือใครจะต้องเจอกับใครใน 92 นัดที่เหลือของฤดูกาล แม้ว่าความได้เปรียบจากการเล่นในบ้านอาจจะหายไปเนื่องจากต้องแข่งสนามปิดแต่อันดับในตารางก็ยังมีผลอยู่ บางทีมต้องเจอกับทีมที่เหนือกว่าหรือต่ำกว่า ดังนั้นเราจึงมีค่าเฉลี่ยของอันดับคู่แข่งในนัดที่เหลือของแต่ละทีมมาให้ดูกัน แชมป์อาจจะถูกตัดสินไปแล้ว ดังนั้นเราขยับมาดูกลุ่มลุ้นโควต้า ชปล. ที่ยังมีสิทธิ์พลิกได้เสมอ รวมถึงทีมหนีตกชั้นด้วย

สถานการณ์ลุ้นพื้นที่ ชปล.

ในตอนนี้เรายังไม่รู้ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะโดนแบนลงแข่ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ปีหรือไม่ แต่ถ้าพวกเขาโดนแบนจริงจะทำให้ทีมอันดับ 5 อย่าง แมนฯยูไนเต็ด ได้โควต้า ชปล. ทันทีพร้อมกับ เชลซี, เลสเตอร์ ซิตี้ และลิเวอร์พูล แต่ตอนนี้เพื่อการการันตีตั๋ว ชปล. “ผีแดง” ก็ต้องแย่งท็อปโฟร์มาจาก เชลซี ให้ได้

อย่างไรก็ตามแม้แต่อันดับ 11 อย่าง คริสตัล พาเลซ ยังห่างจาก “ปีศาจแดง” เพียงแค่ 6 แต้มเท่านั้น ดังนั้นสถานการณ์ลุ้นพื้นที่ ชปล. มีสิทธิ์พลิกได้เสมอใน 9 นัดสุดท้ายของฤดูกาล

สำหรับอันดับ 3 และ4 อย่าง เลสเตอร์ ซิตี้ กับเชลซี ที่ห่างกันอยู่ 5 แต้ม มีค่าเฉลี่ยอันดับคู่แข่งนัดที่เหลือค่อนข้างต่ำ (11.0 และ11.3 ตามลำดับ) แต่ “สิงห์บลูส์” ยังมีเกมที่จะเจอกับทีมในท็อปซิกซ์ตอนนี้เหลืออีก 3 นัด ขณะที่ลูกทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส มีเจอแค่ แมนฯยูไนเต็ด ในนัดสุดท้ายเท่านั้น

ด้าน แมนฯยูไนเต็ด เองก็มั่นใจเหมือนกันว่าพวกเขาจะต้องคว้าตั๋วฟุตบอลยุโรปถ้วยใหญ่ พวกเขาเหลือเจอทีมในท็อปซิกซ์เพียงแค่นัดเดียวนั่นคือ เลสเตอร์ ซิตี้ และ “ปีศาจแดง” ยังมีค่าเฉลี่ยอันดับคู่แข่งในนัดที่เหลือมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกแล้วนั่นคือ 12.3 ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องดีทีเดียว

อย่างไรก็ตามฤดูกาลนี้ลูกทีมของ โซลชา ไม่ค่อยถูกกับทีมเล็กเท่าไหร่นักหลังมีสถิติแย่ที่สุดเป็นอันดับ 5 เมื่อเจอกับทีมครึ่งล่างของตาราง ดังนั้นกุนซือจำเป็นต้องเปลี่ยนสถิตินี้ให้ดีขึ้นให้ได้

ส่วน วูล์ฟแฮมป์ตัน ใน 3 นัดต่อจากนี้จะเจอกับทีมลุ้นหนีตกชั้นทั้งหมด และพวกเขาเหลือเจอทีมจากท็อปซิกซ์เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้นนั่นคือ เชลซี ใน 9 นัดสุดท้าย

ขณะที่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ดูจะหนักที่สุดในบรรดาทีมลุ้นท็อปโฟร์ แม้ว่าพวกเขาอาจขยับขึ้นที่ 5 ทันทีหากชนะนัดตกค้างในเกมพบ แอสตัน วิลล่า แต่ก็ยังเจองานลำบากอยู่ดี โดย เชฟฯยู มีค่าเฉลี่ยอันดับคู่แข่งนัดที่เหลืออยู่ที่ 9.4 และยังต้องเจอกับทั้ง วูล์ฟส์, เชลซี, เลสเตอร์ และแมนฯยูไนเต็ด

ส่วน อาร์เซน่อล ในอันดับที่ 9 ของตาราง ก็ต้องเจอกับคู่แข่งในท็อปซิกซ์เท่ากับที่ เชฟฟิลด์ เจอ แต่พวกเขาก็เจอกับ 6 ทีมท้ายตารางใน 4 นัดที่เหลือเช่นเดียวกัน

สถานการณ์ลุ้นหนีตกชั้น

ดูจากสถานการณ์ในครึ่งล่างของตารางแล้วมีอยู่ 6 ทีมหรือหมายความว่าตั้งแต่อันดับที่ 15 เป็นต้นไปที่ยังต้องต่อสู้ดิ้นรนเพื่อหนีตกชั้น และส่วนใหญ่เหลือโปรแกรมยากๆกันทั้งนั้น โดยนอริช ซิตี้ บ๊วยของตารางเป็นทีมที่เหลือเกมเจอกับทีมในท็อปซิกซ์น้อยกว่าบรรดาทีมหนีตกชั้น

สำหรับ บอร์นมัธ พวกเขาอยู่ในอันดับที่ 18 มีแต้มเท่ากับ วัตฟอร์ด อันดับที่ 17 และเวสต์ แฮม อันดับที่ 18 แต่ลูกได้เสียน้อยกว่า ทว่า บอร์นมัธ ดันมีค่าเฉลี่ยอันดับคู่แข่งในนัดที่เหลืออยู่ (8.2) ยากกว่าทุกทีมในพรีเมียร์ลีก โดยพวกเขาเหลือโปรแกรมเจอกับทีมในท็อปซิกซ์อีกถึง 4 นัดและไม่ได้เจอกับคู่แข่งลุ้นหนีตกชั้นโดยตรงด้วย

ด้าน แอสตัน วิลล่า อันดับ 19 ยังมีเกมตกค้างกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และหากพวกเขาชนะอาจทำให้ทีมขยับขึ้นที่ 16 ได้เลย แต่ก้ต้องเจอกับทีมในท็อปซิกซ์อีกตั้ง 4 นัด และจะมีเจอกับทีมหนีตกชั้นอย่าง เวสต์แฮม ในนัดสุดท้ายซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะเป็นนัดตัดสินตกชั้นก็ว่าได้

ขณะที่ วัตฟอร์ด อันดับ 17 ถือว่ามีโปรแกรมเบากว่าสองทีมด้านล่างอย่าง บอร์นมัธ และแอสตัน วิลล่า โดยพวกเขามีค่าเฉลี่ยอันดับคู่แข่งในนัดที่เหลือคือ 10.1 และมีโปรแกรมเจอกับคู่แข่งหนีตกชั้นโดยตรงทั้ง นอริช ซิตี้ และเวสต์แฮม

ส่วน เวสต์แฮม ถ้าดูจากโปรแกรมแล้วมีสิทธิ์ที่จรอดตกชั้น แม้ว่าพวกเขาจะเหลือเกมเจอกับท็อปซิกซ์อีก 3 นัด (เชลซี, แมนฯยูไนเต็ด และวูล์ฟส์) แต่ก้ยังมีเกมเจอกับ แอสตัน วิลล่า, วัตฟอร์ด และนอริช ซิตี้ จึงทำให้ “ขุนค้อน” มีค่าเฉลี่ยอันดับคู่แข่งที่จะเจอน้อยที่สุดในบรรดา 6 ทีมจากท้ายตาราง