นาโอยะ อิโนะอุเอะ นักชกที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์​ญี่ปุ่น

นาโอยะ อิโนะอุเอะ นักชกที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์​ญี่ปุ่น

นาโอยะ อิโนะอุเอะ นักชกที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์​ญี่ปุ่น

นาโอยะ อิโนะอุเอะ นักชกที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์​ญี่ปุ่น นานมาแล้วที่วงการญี่ปุ่นไม่มีนักมวยสากลเก่งๆ ให้แฟนหมัดมวยแดนซามูไรได้ภูมิอกภูมิใจ แม้แดนอาทิตย์อุทัยจะสามารถสร้างแชมป์โลกได้อย่างต่อเนื่อง แทงมวยออนไลน์ แต่นักชกรุ่นหลังๆ ก็ไม่ใคร่จะสร้างชื่อสั่นสะเทือนวงการในระดับโลกนัก

ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน ไม่เคยมีใครทำให้คนญี่ปุ่นที่บ้ากีฬาการต่อสู้ได้ชื่นใจจริงๆ สักที จนกระทั่งมาถึงยุคสมัยของราชาคนใหม่ในยุคปัจจุบัน ที่ว่ากันว่า ณ นาทีนี้ เขาเล็งไปที่เป้าใหญ่อย่าง วาซิลี่ โลมาเชนโก้ แชมป์โลกจากยูเครนเลยทีเดียว

นานมาแล้วที่วงการญี่ปุ่นไม่มีนักมวยสากลเก่งๆ ให้แฟนหมัดมวยแดนซามูไรได้ภูมิอกภูมิใจ แม้แดนอาทิตย์อุทัยจะสามารถสร้างแชมป์โลกได้อย่างต่อเนื่อง แต่นักชกรุ่นหลังๆ ก็ไม่ใคร่จะสร้างชื่อสั่นสะเทือนวงการในระดับโลกนัก

ผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน ไม่เคยมีใครทำให้คนญี่ปุ่นที่บ้ากีฬาการต่อสู้ได้ชื่นใจจริงๆ สักที จนกระทั่งมาถึงยุคสมัยของราชาคนใหม่ในยุคปัจจุบัน ที่ว่ากันว่า ณ นาทีนี้ เขาเล็งไปที่เป้าใหญ่อย่าง วาซิลี่ โลมาเชนโก้ แชมป์โลกจากยูเครนเลยทีเดียว

หากคุณเป็นคอการ์ตูนญี่ปุ่นสักหน่อยคุณคงจะนึกภาพออก พนันบอลออนไลน์ ภาพของพระเอกของเรื่องในวัยเด็กที่เป็นเด็กชายบ้าพลัง มีพลังงานในตัวเหลือล้น

นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ อิโนะอุเอะ ไม่ชอบอยู่กับบ้าน เขามักจะหาเรื่องออกไปเล่นกีฬากลางแจ้งกับเพื่อนๆตลอดเวลา ไม่ว่าจะฟุตบอล เบสบอล ซึ่งในตอนนั้นเขายังไม่ได้ลองชกกับใครจริงๆเสียที เพราะยังเด็กมาก แต่พื้นฐานการเป็นคนพลังเหลือนี้คือ “รากฐาน” ที่จะทำให้เขาเหมาะกับการเป็นนักมวยแบบไม่รู้ตัว

มันคือเรื่องปวดหัวของคนที่เป็นพ่อและแม่อย่างยิ่ง เมื่อมีลูกที่ไม่ค่อยสนใจเรียน ชินโงะ อิโนะอุเอะ พ่อของเขาบอกว่าตอนแรกที่ นาโอยะ เกิดมาหน้าตาน่ารักน่าชังจนตัวของ ชินโงะ และ ภรรยา มักจะเรียก นาโอยะ (ในแบบที่รู้กันแค่ 2 คน) ว่า “เทวดาน้อย” แต่ทั้งคู่ก็ต้องปวดหัวเมื่อ นาโอยะ ทั้งซนทั้งแสบจนแทบไม่เหลือฉายาเดิมเลยเมื่อเขาเริ่มรู้ความ

แม้เขาจะชอบเล่นกีฬา และหัดชกมวยตั้งแต่สมัยเรียนประถม แต่ความโชคดีของ อิโนะอุเอ คือ พ่อและแม่ของเขาเปิดโอกาสให้เขาทำมันอย่างเต็มที่

โดยปกติแล้วค่านิยมของสังคมญี่ปุ่นนั้น มักจะเน้นไปที่การให้ลูกมีฝันเป็นเจ้าคนนายคนในบริษัทใหญ่มากกว่าการเป็นนักกีฬาหรือนักมวย ที่จะมีผู้ชนะได้เพียงแค่ 1 เดียวในโลกเท่านั้น ในแต่ละรุ่น นั่นเท่ากับว่าจะมีคนล้มเหลวอีกมากมายนับไม่ถ้วนที่ไปไม่ถึงจุดนั้น

แต่ ชินโงะ ผู้เป็นพ่อรู้ดีว่าทำไมลูกชายเขาจึงอยากเป็นนักสู้ เพราะมันคือเรื่องราวของลูกไม้ตกไม่ไกลต้น ในอดีต ชินโงะ เคยเป็นนักมวยสมัครเล่นมาก่อน แต่อาชีพนักชกก็ไปไม่ถึงไหน เพราะว่าเขาไม่มีความสามารถและฝึกหัดช้าไป ดังนั้นหากลูกชายของเขาอยากจะเป็นนักมวย เขาเชื่อว่าตนเองควรเปิดโอกาสให้ลองวัดดวงกับมันดูสักตั้งว่าสุดท้ายและ นาโอยะ จะไปได้ไกลแค่ไหน

เมื่อพระเอกได้รับไฟเขียวจากที่บ้านให้เลือกเดินในทางที่ตัวเองมั่นใจ เขาจึงทำในสิ่งที่เหมือนกับเกิดขึ้นในการ์ตูนกีฬาหลายๆเรื่อง นั่นคือเอาจริงกับมันซะ และบอกให้พ่อกับแม่รู้ว่าพวกเขาจะไม่เสียใจที่ปล่อยให้ลูกชายเลือกเป็นนักมวย

ถ้าหากเป็นในการ์ตูน ตามหลักการเดินเรื่องนั้น พนันบอล พระเอกจะต้องเป็นคนที่ฝีมือไม่เอาไหนแต่ใช้ความพยายามเข้าแลกก่อน

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ นาโอยะ อิโนะอุเอะ คือเขาเก่งเลยทันทีไม่รอให้ใครต้องมาลุ้นอะไรเลย เพราะ อิโนะอุเอะ คว้าแชมป์รุ่นจูเนียร์ระดับประเทศ 2 ปีติดต่อกันในปี 2009 และ 2010 … แต่เรื่องมันจะสนุกได้อย่างไรถ้าเขาเก่งที่สุดในโลกเลยตั้งแต่เวลานี้ เรื่องนี้มีรสชาติขึ้นเมื่อการชิงแชมป์เยาวชนโลกในปี 2011 เขาไปไม่ถึงฝันด้วยการแพ้ ยอสวานี่ ไวเทีย นักชกชาวคิวบา ตกรอบที่ 3 ไปอย่างน่าผิดหวัง … และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด

หากไม่แพ้เสียก่อน ไม่พลาดเสียก่อน ก็จะไม่รู้เลยว่าตัวเองมีจุดอ่อนตรงไหนบ้าง? การพ่ายแพ้ครั้งนั้นทำให้ อิโนะอุเอะ กลับมาทบทวนและทำอะไรหลายอย่าง

เขาพบว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือพื้นฐาน เมื่อพื้นฐานดีแล้วจะเพิ่มอะไรจะเติมตรงไหนเข้าไปมันก็เป็นเรื่องง่ายกว่ามุ่งฝึกด้านใดด้านเดียวจนเผยจุดอ่อนด้านอื่นๆให้คู่ต่อสู้เห็น

“มันคือเรื่องของแรงบันดาลใจตลอดช่วงการฝึกซ้อมและปรับปรุงความคิดของตัวเองในทุกๆวัน ผมไม่ได้ทำอะไรที่มหัศจรรย์เลย แต่สไตล์ของผมมันก่อตัวขึ้นจากการฝึกขั้นพื้นฐานทุกวัน” อิโนะอุเอะ ว่าถึงหลักการฝึกที่ตนเองยึดถือมาตลอด

ปล่อยน้ำหนัก 3 รุ่น คว้า 3 แชมป์

“กุญแจสำคัญคือความทุ่มเท สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างคนๆหนึ่งที่พยายามฝึกหนักในยิม 2 ชั่วโมงทุกๆวันเป็นระยะเวลาหลายปี กับคนที่สู้แค่ครึ่งๆกลางมันต่างกันลิบลับ…ไม่ใช่แค่เรื่องมวยหรอกจะเรื่องไหนในชีวิตมันก็ได้ทั้ง และผมใช้แนวคิดนี้ในการซ้อมของผมทุกๆวัน” อิโนะอุเอะ กล่าวถึงตัวตนที่เขาเป็นมาตลอด

การเป็นเด็กเก่งไม่สุดก็ดีไปอีกอย่าง… เพราะเมื่อเทิร์นโปรแล้วมันทำให้ อิโนะอุเอะ กลายเป็นคนที่มีความกระหายในความสำเร็จมากจนที่ทำให้ตัวเขาเองยอมฝึกซ้อมหนักและทิ้งชีวิตวัยรุ่นไปได้แบบไม่ต้องลังเล

อิโนะอุเอะ เปิดตัวการชกอาชีพในรุ่น ไลท์ฟลายเวต 108 ปอนด์ หรือรุ่นเกือบเล็กสุดโดยได้รับการเซ็นสัญญากับค่าย Ohashi Boxing Gym เหตุผลที่เขาเลือกค่ายมวยนี้เพราะในสัญญาระบุว่า “เขาจะไม่ได้เจอกับมวยส้วม” หรือนักมวยไร้ฝีมือที่ชกกันไปอย่างนั้น ชนะก็ไม่ได้อะไร

ซึ่งเจ้าของค่ายที่เคยเป็นแชมป์โลกรุ่นมินิมั่มเวต 105 ปอนด์ หรือเล็กสุดๆ อย่าง ฮิเดยูกิ โอฮาชิ ตัดสินใจมอบอภิสิทธิ์นั้นให้กับ อิโนะอุเอะ อย่างเต็มใจ

อิโนะอุเอะ ยังคงเป็นคนเดิม ถึงแม้จะหยิ่งผยองชอบเรียกร้องอะไรที่ทำให้คนอื่นต้องลำบากใจ แต่สุดท้ายเขาจะแสดงให้เห็นว่าทำไมจึงควรให้โอกาสเขา

บทแรกของอาชีพนักชก อิโนะอุเอะ เก็บนักชกฟิลิปปินส์อย่าง ไครสัน โอมาเยา ด้วยการน็อคเอาต์ในยกที่ 4 ก่อนที่จะจัดการกำปั้นไทยอย่าง เงาพระจันทร์ ชูวัฒนา ปิดท้ายด้วยการสอยนักสู้เพื่อนร่วมชาติอย่าง ยูกิ ซาโนะ …

นักชกจาก ฟิลิปปินส์, ไทย, ญี่ปุ่น ทั้งหมดนี้โดนดาวรุ่งพุ่งแรงสอยเกลี้ยงภายในระยะเวลาแค่ 6 เดือนเท่านั้น

สิ่งสำคัญของการเป็นนักมวยคือ ห้ามอยู่กับที่ บนเวทีเท้าของคุณต้องเล่นฟุตเวิร์กตลอดเวลาเพื่อหลบหลีกและหาจังหวะโจมตีครั้งสำคัญ ส่วนนอกสังเวียนก็ไม่ต่างกัน เมื่อมีโอกาสขยับรุ่นที่จะทำให้ได้ทั้งเงินและได้ชื่อเสียงมากกว่ายังไงก็ต้องทำ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ อิโนะอุเอะ ที่เป็นคนเลือกเอง ทุกครั้งที่ชนะเขาจะไม่หันมองกลับไปข้างหลัง หรือเสียเวลาให้กับนักชกหางแถวที่ต่อให้ชนะแล้วก็ไม่ทำให้ตัวเขาเก่งขึ้นมาได้

หลังจากต่อยรุ่น ไลท์ฟลายเวต อยู่ 2 ปี อิโนะอุเอะ ท้าข้ามทีเดียว 2 รุ่นด้วยการขอชิงแชมป์กับ โอมาร์ อันเดรส นาวาเอซ เจ้าของแชมป์โลกรุ่นจูเนียร์แบนตัมเวต 115 ปอนด์ (ที่ส่วนใหญ่เราจะคุ้นกับชื่อ ซูเปอร์ฟลายเวต มากกว่า) ของ WBO ทันที

ถือว่าเป็นอะไรที่กล้าและซ่ามากพอดู เพราะตัวของ นาวาเอซ ป้องกันแชมป์รุ่นนี้มาได้ถึง 11 ครั้ง รวมถึงเคยเป็นแชมป์รุ่นฟลายเวต 112 ปอนด์ ของสถาบันเดียวกันนานถึงเกือบ 8 ปี ซึ่งเป็นรุ่นที่อิโนะอุเอะข้ามไปเลยอีกด้วย แม้จะมีข้อกังขาอยู่บ้างตรงที่ว่า เขาจงใจหนียอดมวยรุ่นฟลายเวตในตอนนั้นอย่าง โรมัน กอนซาเลซ กับ ฮวน ฟรานซิสโก เอสตราด้า หรือไม่

ทุกอย่างเป็นไปตามวัฎจักร คลื่นลูกใหม่มักจะไล่คลื่นลูกเก่าเสมอ นาวาเอซ แก่ตัวลงและรอวันจะเจอกับคนที่เก่งพอจะมาเข็มขัดแชมป์โลกของเขาไป หลังจากรอมา 12 ปี เขาก็ได้เจอคนที่เฝ้ารอแล้ว

เพราะผู้ท้าชิงในวันนั้นใช้การชกลำตัวหลังจากระฆังยกแรกดังไม่กี่วินาที ความหนักหน่วงนั้นทำให้ นาวาเอซ ออกอาการ และสุดท้ายก็ตามมาเก็บงานในยกที่ 2 คว้าแชมป์โลกเส้นที่ 2 ได้สำเร็จ แม้เพิ่งเคยชกอาชีพไปเพียง 8 ไฟต์เท่านั้น

และหลังจากนั้นเขาป้องกันแชมป์ได้ 7 สมัย ก่อนจะขยับรุ่นและท้าชิงกับ เจมี่ แม็คดอนเนลล์ เจ้าของแชมป์โลกรุ่นแบนตัมเวต 118 ปอนด์ ของสถาบัน WBA ซึ่งในไฟต์นี้ถือว่าเป็นไฟต์สำคัญมาก

แม็คดอนเนลล์ เป็นแชมป์ที่ชกมาในเวทีหลายประเทศทั้ง สหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และเป็นแชมป์ที่ทุกคนเห็นๆ กันว่ามีฝีไม้ลายมือไม่ธรรมดา หาก อิโนะอุเอะ คว่ำ แม็คดอนเนลล์ เว็บพนัน ได้มันจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองครั้งสำคัญของเขาเลยทีเดียว

ไฟต์นั้นจบลงไวแต่ทำให้ทุกคนเห็นภาพชัดเจนมากที่สุดไฟต์หนึ่งว่า อิโนะอุเอะ เป็นมวยฝีมือ เนื่องจากเขาใช้เวลาแค่ยกเดียวน็อคใส่ แม็คดอนเนลล์ โดยหมัดที่ทำให้แชมป์โลกหมดสภาพคือหมัดที่เล็งไปที่กระโหลกอย่างตั้งใจ ซึ่งไม่ใช่ของง่ายแน่นอน จบไฟต์นั้นเขาได้ฉายาจากสื่อว่า มอนส์เตอร์ หรือ สัตว์ประหลาด ทันที

สก็อตต์ กราเวอสัน (Scott Graveson) กูรูจาก Boxing Prospects ถึงกับเอาสิ่งที่เขาเห็นในวันนั้นไปวิจารณ์และเขียนลงเว็บไซต์ในหัวข้อที่ชื่อว่า “นาโอยะ อิโนะอุเอะ จะเป็นแชมป์โลกดาวรุ่งที่ดีที่สุดได้หรือไม่?” (Is Naoya Inoue the World’s Brightest Prospect?)

“จากที่ผมเห็น อิโนะอุเอะ เป็นคนที่มีเนื้อตัวดีมาก ทักษะถือว่าครบเอาเรื่อง เป็นมวยบ็อกซิ่งที่กอดเก่งเทคนิคดี ที่สำคัญหมอนี่ควบคุมพื้นที่รอบตัวได้ดีมาก เขากดดันให้คู่ชกก่อความผิดพลาด และเมื่อเขาเห็นรอยปริแตกเพียงเล็กน้อย เขาจะใช้ประโยชน์จากได้ในท้ายที่สุด …”

“จริงอยู่มีนักมวยแบบนี้เยอะ และมีหลายคนประสบการณ์มากกว่าเขา แต่ผมรู้สึกได้ว่าหมอนี่จะมีอะไรที่พิเศษหากได้รับการพัฒนาที่ถูกต้อง เขาจะกลายเป็นนักชกที่สมบูรณ์แบบ โดยมีทั้งความสมดุลของความสามารถและร่างกายที่จะเป็นกุญแจสำคัญ” สก็อตต์ กราเวอสัน บรรยายถึงสิ่งที่เขาสัมผัสได้จากการดูมวยไฟต์นั้น