ตำนานที่เกิดจากความรัก และจบด้วยความรัก

ตำนานที่เกิดจากความรัก และจบด้วยความรักเบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายทุกคน

ตำนานที่เกิดจากความรัก และจบด้วยความรักเบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายทุกคน

ตำนานที่เกิดจากความรัก และจบด้วยความรักเบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายทุกคน

“เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายทุกคนคือผู้หญิงข้างกายที่ดี” เป็นประโยคที่มักจะมีการพูดกันอยู่บ่อยๆ มันเป็นการสื่อถึงเรื่องที่ว่าหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ท่านชายหลายคนเป็นคนดังระดับโลกได้ก็คือการมีคนรักที่คอยอยู่เคียงข้างอยู่เสมอ ไม่ว่าจะยามสุขหรือยามทุกข์

ยกตัวอย่างแบบคนทั่วไปก็คือเวลาที่ท่านชายหลายคนทำงานมาเหนื่อยๆ พอกลับถึงบ้านแล้วก็มักจะหาอะไรก็ตามมาช่วยผ่อนคลายความล้า ซึ่งคนรักก็คือหนึ่งในคนที่จะช่วยทำอย่างนั้นได้ ด้วยการใช้เวลาทำกิจกรรมสนุกสนานร่วมกัน

ผู้ชายในวงการฟุตบอลหลายคนเองก็ได้ดิบได้ดีเพราะมีคนรักของพวกเขาคอยช่วยเหลืออย่างเต็มที่เหมือนกัน และหนึ่งในนั้นก็คือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตำนานกุนซือชาวสกอตต์ที่มีส่วนทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ได้ เพราะว่า เคธี่ ภรรยาแสนรักของเขามีอิทธิพลกับเขาอย่างมาก

ในสมัยที่เขายังเป็นคนหนุ่มไฟแรงนั้น เฟอร์กูสัน ถือเป็นนักเตะที่ได้รับการจับตามองอย่างมากคนหนึ่งของวงการฟุตบอลสกอตแลนด์ และในปี 1964 กามเทพก็ได้ชักนำให้เขามาพบกับ เคธี่ นี โฮลดิ้ง โดยที่ตอนนั้น เฟอร์กูสัน มีอายุเพียง 23 ปีเท่านั้น และกำลังเล่นอยู่กับ ดันเฟิร์มลิน ทีมในสกอตแลนด์ เฟอร์กูสัน ตกหลุมรัก เคธี่ ทันที แต่ฝ่ายหญิงไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะหลังจากที่เขาเดินผ่านเธอไปแล้วนั้น เคธี่ ก็ซุบซิบกับเพื่อนของเธอทันทีว่า “ดูหมอนี่สิ เขาดูเหมือนพลังหยินที่แย่เลย” ขณะที่ เฟอร์กูสัน ก็เคยย้อนความหลังถึงตอนที่ตกหลุมรักเธอว่า “ตอนที่เธอเจอผมครั้งแรกน่ะ เธอคิดว่าผมเป็นพวกอันธพาล ซึ่งที่จริงก็ไม่ได้ผิดอะไรนักหรอก อย่างน้อยก็ตามที่เธออ้างน่ะนะ”

อย่างไรก็ตาม ด้วยพลังแห่งรัก เฟอร์กูสัน ก็พยายามตามจีบเธออย่างสุดชีวิต จนในที่สุดฝ่ายหญิงก็ใจอ่อน และความรักของทั้งคู่ก็เดินหน้าไปอย่างรวดเร็วประหนึ่งการวิ่งของนักเตะระดับโลก ก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกันในปี 1966 หรือก็คือ 2 ปีหลังจากเจอกันครั้งแรก
“ตอนนั้นเธอเป็นคนที่สวยมากๆ เธอมีท่าเดินที่งามสง่า และมีบั้นท้ายที่สวยสุดๆ” เฟอร์กูสัน เปิดอกแบบตรงไปตรงมาถึงสิ่งที่ทำให้เขาตกหลุมรัก เคธี่
ในตอนแรกการที่ทั้งคู่รักกันจนถึงขั้นแต่งงานกันมันทำให้คนสนิทของพวกเขาแปลกใจไม่น้อย เพราะที่จริงแล้ว เฟอร์กูสัน เป็นคนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ ส่วน เคธี่ เป็นฝั่ง คาธอลิก ซึ่งทั้ง 2 ลัทธิถือเป็นไม้เบื่อไม้เบากันในระดับหนึ่ง ถึงกระนั้น ทั้งคู่ก็เป็นคู่รักอีก 1 คู่ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าถึงแม้จะมีความเชื่อที่แตกต่างกัน แต่มันก็ไม่สามารถทำลายความรักลงได้
ที่จริงตอนที่ เฟอร์กูสัน เซ็นสัญญาไปเล่นให้ เรนเจอร์ส ซึ่งเป็นทีมที่เหมือนเป็นตัวแทนของฝั่งนิกายโปรเตสแตนท์นั้น หนึ่งในผู้บริหารของทีมก็ตั้งคำถามถึงลัทธิของ เคธี่ ด้วย แต่ เฟอร์กูสัน ก็ตอบแบบไม่มีทีท่ารังเกียจเลยว่าคนรักของเขาเป็นคาธอลิก

ถึงกระนั้น เฟอร์กูสัน กับ เคธี่ ก็เหมือนคู่รักหลายคู่ที่เคยเจอกับช่วงวิกฤติเหมือนกัน โดยตอนที่ เฟอร์กูสัน เป็นกุนซือให้กับ อเบอร์ดีน ทีมในสกอตแลนด์นั้น เขางานยุ่งมากๆ และสนใจเรื่องงานมากกว่าครอบครัว จนถึงขนาดเคยเผลอขังเธอเอาไว้ในสนามเพราะตอนนั้นคิดเรื่องอื่นอยู่

ชีวิตคู่ของทั้งสองคนมีความตึงเครียดมากขึ้นในตอนที่ เฟอร์กูสัน มารับงานกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 1986 เพราะตอนนั้น เฟอร์กูสัน หมกมุ่นกับเรื่องงานมากกว่าเดิมจนทำให้ เคธี่ ได้เจอกับเขาน้อยลงไปอีก และกุนซือชาวสกอตต์ก็ถึงขั้นมักจะลืมฉลองวันคล้ายวันเกิดของเธอกับวันคริสต์มาสอยู่บ่อยๆ

ถ้าถามว่า เคธี่ ไม่พอใจสามีของเธอมากแค่ไหนแล้วล่ะก็ มันก็ต้องบอกเลยว่ามีครั้งหนึ่งที่ เฟอร์กูสัน ให้เช็กเธอมาพร้อมกับการ์ดคริสต์มาส แต่ฝ่ายหญิงก็ฉีกทิ้งอย่างไม่ไยดีเลย นอกจากนี้ ในปี 2002 เฟอร์กูสัน ยังเคยโดนหญิงรายหนึ่งกล่าวหาว่าไปลวนลามเธอด้วยการจับขาอ่อนตอนที่อยู่ในลิฟท์ ในช่วงที่ เฟอร์กูสัน ไปอยู่ที่ประเทศแอฟริกาใต้เพื่อร่วมการทัวร์สอนฟุตบอลด้วย ก่อนที่มันจะจบลงแบบไม่มีอะไรในกอไผ่

สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ผ่านพ้นวิกฤติมาได้ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้เป็นแบบนั้นก็เพราะต่างฝ่ายต่างก็หาจุดสงบศึกร่วมกันได้ ทางเข้าi99bet อย่างเช่นพอผ่านไปพักหนึ่งแล้ว เฟอร์กูสัน ก็ให้ความสำคัญกับครอบครัวมากขึ้น และคอยทำหน้าที่สามีอย่างดีเวลาอยู่ที่บ้าน ขณะที่ เคธี่ ก็ไม่ก้าวก่ายเรื่องหน้าที่การงานของ เฟอร์กูสัน มากเกินไป

ที่จริงแล้ว เคธี่ ไม่ได้สนใจฟุตบอลเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่าจะทั้งตอนที่พวกเขาพบกันครั้งแรก และจนถึงปัจจุบัน เวลาที่สามีของเธอทำงานเรื่องฟุตบอลอย่างเคร่งเครียดนั้น เธอก็ใช้เวลาอยู่ที่บ้านในการดูแล มาร์ค, ดาร์เรน และ เจสัน ลูกชายทั้ง 3 คนของพวกเขาอย่างเต็มที่ แถม เฟอร์กูสัน ยังเคยบอกด้วยว่า “ผมเอาหนังสือเกี่ยวกับเรื่องฟุตบอลกลับไปอ่านที่บ้านไม่ได้ด้วยซ้ำ พอเห็นของอย่างนั้นแล้วเธอจะถามขึ้นมาทันทีว่า -คุณจะเอามันมาทำอะไรน่ะ-“

ถึงกระนั้น มันก็ไม่ได้แปลว่าเธอจะมองข้ามความรักที่สามีของเธอมีให้กับเกมลูกหนังไปด้วย

ย้อนกลับไปตอนปี 2001 เฟอร์กูสัน กลายเป็นข่าวดังในวงการฟุตบอล หลังจากที่เขาประกาศว่าจะอำลาเก้าอี้กุนซือของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยมองว่าตัวเองคงไม่เหมาะกับการทำงานที่ต้องเครียดหนักแบบนี้ เพราะอายุ 60 ปีเข้าไปแล้ว แถมคิดว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่ตัวเองจะได้สัมผัสกับแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นสมัยที่ 2 ด้วย

ถ้าเกิด เฟอร์กูสัน หันหลังให้ทีมในตอนนั้นจริงๆ ความสำเร็จของเขากับทีมจะเป็นการได้แชมป์ลีก 7 สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ 4 ครั้ง, แชมป์ ลีก คัพ 1 ครั้ง, แชมป์ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 5 หน, แชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 ครั้ง, แชมป์ คัพ วินเนอร์ส คัพ 1 ครั้ง, แชมป์ ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์คัพ 1 ครั้ง และแชมป์ อินเตอร์เนชันแนล คัพ 1 หน

อย่างไรก็ตาม พอถึงวันคริสต์มาสของปี 2001 ซานตาคลอสก็มอบของขวัญชั้นยอดให้กับ “เร้ด อาร์มี่” นั่นก็คือการที่ เฟอร์กูสัน ประกาศล้มแผนการที่จะบอกลาทีม

ที่จริงถ้าจะพูดให้ถูกแล้วล่ะก็ คนที่เหล่าแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะขอบคุณในตอนนั้นคงไม่ใช่ซานตาคลอส แต่เป็น เคธี่ เพราะเธอคือคนที่เกลี้ยกล่อมให้ เฟอร์กูสัน คุม แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อไปเอง เพราะเธอรู้ดีว่าสามีรักงานนี้มากแค่ไหน ซึ่งประโยคที่เธอใช้โน้มน้าวใจสามีก็คือ “ข้อแรก สุขภาพของคุณยังดีอยู่ ข้อสอง ฉันจะได้ไม่ต้องให้ คุณมายุ่งกับเรื่องในบ้าน และข้อสาม คุณยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย”

การเกลี้ยกล่อมของ เคธี่ ในวันนั้น ทำให้ เฟอร์กูสัน และ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์เพิ่มอีกหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ลีกอีก 6 สมัย, แชมป์ เอฟเอ คัพ อีก 1 ครั้ง, แชมป์ ลีก คัพ อีก 3 หน, แชมป์ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ อีก 5 ครั้ง, แชมป์สโมสรโลก 1 หน รวมถึงแชมป์ แชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 1 สมัย ทั้งที่ เฟอร์กูสัน เคยคิดว่าตัวเองคงไม่มี โอกาสได้สัมผัสกับถ้วย “บิ๊กเอียร์” เป็นครั้งที่ 2

การโน้มน้าวใจของ เคธี่ ทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด สร้างประวัติศาสตร์กลายเป็นทีมที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองผู้ดีมาครองได้มากที่สุด ที่จำนวน 20 สมัย และทำให้คำสาบานของ เฟอร์กูสัน ที่บอกว่าจะเขี่ย ลิเวอร์พูล ลงจากหิ้งให้ได้ เป็นจริงในท้ายที่สุด พร้อมกับทำให้ เฟอร์กูสัน กลายเป็นตำนานที่สมบูรณ์แบบ

พอถึงปี 2013 เฟอร์กูสัน ก็ตัดสินใจหันหลังให้กับการคุมทีมจริงๆ และสาเหตุหลักในการปิดฉากอาชีพการคุมทีมของเขามันก็เกี่ยวข้องกับ เคธี่ เหมือนกัน เพราะว่า เฟอร์กูสัน ต้องการอยู่เคียงข้างคนรักอย่างเต็มที่ จากการที่ บริดเจ็ต ฝาแฝดของ เคธี่ เสียชีวิตลงเมื่อช่วงเดือนตุลาคม ปี 2012

“คืนหนึ่งผมเห็นเธอนั่งดูโทรทัศน์อยู่ แล้วจากนั้นเธอก็เงยหน้ามองเพดาน ผมรู้ทันทีว่าตอนนั้นเธอรู้สึกอ้างว้างมากๆ พนันบอลออนไลน์ เธอกับ บริดเจ็ต เป็นฝาแฝดกันนะ คุณรู้ไหม ? ถ้ามันไม่เกิดเรื่องนั้นขึ้นผมก็จะยังคุมทีมต่อไปแน่ๆ” เฟอร์กูสัน เผยกับ เทเลกราฟ สื่อชื่อดัง

หนนี้ เคธี่ ไม่ได้ขัดขวางการอำลาอาชีพกุนซือของสามี โดยว่ากันว่าเธอบอกกับเพื่อนๆ ของตัวเองว่า “มันถึงเวลาที่เหมาะสมแล้ว”

ตอนที่ เฟอร์กูสัน ประกาศอำลาทีมเมื่อปี 2013 ใหม่ๆ นั้น เขาก็ยกย่อง เคธี่ อย่างเต็มที่ด้วยว่า “ภรรยาของผมเป็นคนสำคัญในอาชีพการคุมทีมของผม เธอมอบทั้งความมั่นคงและกำลังใจให้ผม ผมคงไม่สามารถพูดขอบคุณเธอได้หมดไม่ว่าผมจะพูดเยอะแค่ไหนก็ตาม”

แม้ว่า เคธี่ จะไม่ใช่คอลูกหนัง, ไม่ได้มีความเชื่อด้านศาสนาแบบเดียวกับ เฟอร์กูสัน, ไม่ได้เห็นด้วยกับการที่สามีของเธอหมกมุ่นเรื่องงานจนเกินไป, ไม่ได้รู้สึกยินดีปรีดาอะไรนักในตอนที่สามีได้ยศ เซอร์ จนถึงขั้นเคยบอกกับสามีว่า “ฉันไม่รู้ว่าเธอจะยอมรับยศนี่มันทำไมกัน”

ถึงกระนั้น ความรักของเธอที่มีให้สามีมันก็ยอดเยี่ยมแบบไร้ข้อโต้แย้ง และมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ เฟอร์กูสัน ตัดสินใจอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ต่อ จนสร้างตำนานขึ้นมา รวมถึงยุติตำนานของตัวอง

สมัครเป็นสมาชิก i99bet.net ดีเหนือกว่าเว็บพนันอื่นๆ อย่างไร?

เป็นเว็บไซต์ พนันจากต่าง ประเทศ คุณภาพ ระดับโลก
เดิมพันขั้นต่ำแค่ 50 บาท
แทงบอลสเต็ป ขั้นต่ำเพียง 2 คู่
ราคาบอล ค่าน้ำ ดีที่สุด
เว็บแทงบอล ที่เปิดให้ แทงบอล ทุกลีก
เว็บแทง คาสิโนออนไลน์ หลากหลายรูปแบบ
เว็บแทงมวยตู้ รายการดังของไทย และระดับโลก
เว็บแทงหวย ไทย ลอตเตอรี่ ลาว หุ้น ที่ค่อย บริการ จ่ายมาก กว่าและ ส่วนลดสูงสุด
รองรับทั้ง Android และ iOS
มีระบบฝาก ถอน เงินรวดเร็ว ทันใจภายใน 3 นาที
มีแอดมินบริการ 24 ชม.

สนับสนุนโดย : @i99b